แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตาก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตาก แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

เที่ยวงานลอยกระทงสาย จังหวัดตาก 19 - 22 พ.ย. นี้


การ ลอยกระทงกะลามะพร้าวเป็นสายในแม่น้ำปิง ซึ่งมีแห่งเดียวในเมืองไทย โดยมีการแข่งขันปล่อยกระทงสายชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และประกวดกระทงผ้าป่าน้ำ (กระทงนำ) ร่วมประเพณีลอยกระทง และชมมหรสพต่างๆ ตลอดงาน


ตำนานการลองกระทงสาย

งาน ประเพณีลอยกระทงนั้นมีมาแต่โบราณกาล โดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการบูชาขอขมาต่อแม่พระคงคา เป็นการสะเดาะเคราะห์ การบูชาพระเจ้าในศาสนาพราหมณ์ และการบูชารอยพระพุทธบาท การลอยกระทงจะนิยมทำกันในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสองของทุก ๆ ปี เป็นช่วงที่น้ำในแม่น้ำลำคลองจะขึ้นสูงและมีอากาศเย็น ในตามพระราชนิพนธ์พระราชพิธีสิบสองเดือน และตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้กล่าวว่า นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอกในพระร่วงเจ้าแห่งกรุงสุโขทัย เป็นผู้ริเริ่มประดิษฐ์กระทงสำหรับลอยประทีปเป็นรูปดอกบัวบานขึ้น เป็นแบบที่คนทั่วไปนิยมจัดทำสืบทอดต่อกันมา นอกจากนั้นในศิลาจารึกหลักที่ 1 ยังได้กล่าวถึง งานเผาเทียน เล่นไฟ ของกรุงสุโขทัยไว้ด้วยว่า เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกรุงสุโขทัย ทำให้ผู้รู้ทั้งหลายสันนิษฐานตรงกันว่า งานดังกล่าวน่าจะเป็นงานลอยกระทงอย่างแน่นอน
   



   

งานประเพณีลอยกระทง เป็นงานประเพณีโบราณที่เก่าแก่ของไทย แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่ชี้ชัดว่าทำกันมาตั้งแต่เมื่อไร แต่เท่าที่ปรากฏ พบว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานีและในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุล จอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสันนิษฐานว่า เดิมทีเห็นจะเป็นพิธีของพราหมณ์ใช้ในการกระทำเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าทั้ง สาม คือ พระอิศวร พระนารายณ์ และพระพรหม ต่อมาได้ถือตามแนวทางพระพุทธศาสนา มีการชักโคมเพื่อบูชาพระบรมสารีริกธาตุพระจุฬามณีในชั้นดาวดึงส์ และลอยโคมเพื่อการบูชารอยพระพุทธบาท ซึ่งประดิษฐาน ณ หาดทรายแม่น้ำนัมมทา ในสมัยสุโขทัย นางนพมาศพระสนมของพระร่วงได้คิดทำกระทงถวายเป็นรูปดอกบัวและรูปต่าง ๆ ให้ทรงลอยตามสายน้ำไหล

     พระร่วงเจ้าทรงพอพระราชหฤทัยกระทงดอกบัวของนางนพมาศมาก จึงโปรดให้ถือเป็นเยี่ยงอย่าง และปฏิบัติสืบต่อกันมา จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยาและสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยเหตุนี้ กระทงรูปดอกบัวจึงปรากฏมาจนทุกวันนี้ แต่เปลี่ยนชื่อเรียกว่า "ลอยกระทงประทีป" ครั้นถึงสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงตัดพิธีต่าง ๆ ที่เห็นว่าสิ้นเปลืองออก ต่อมาในรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ได้ทรงฟื้นฟูพระราชพิธีนี้อีก ปัจจุบันนี้ การลอยพระประทีปของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกระทำเป็นการส่วนพระองค์ตามพระราชอัธยาศัย แต่พิธีของชาวบ้านยังคงทำกันอยู่เป็นประจำตลอดมา





วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

น้ำตกทีลอซู ความประทับใจไม่เคยลืม 2


ดูการท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูตอนแรกได้ทีนี่


คราวนี้มาเริ่มเดินทางเท้ากัน การไปเที่ยวน้ำตกทีลอซูช่วงนี้ก้อต้องทำใจ แต่ก้อได้ความรู้สึก สมบุกสมบันดี เหมาะกับคนหนุ่มสาวอย่างเรา จากรูปที่เห็นเป็นทางแบบนี้ แล้วก้อมีลาดยางบ้าง มีท้ั้งทางราบ และขึ้นเขา เหนื่อยกันไปตามๆ กัน แต่ก้อยังดีที่ไปเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่เหงา เดินกันไป ล้อเลียนกันไป สนุกสนาน มีคนเดินทางเที่ยว กันมากเหมือนกัน ก้อเลยยิ่งสนุกสนานกันใหญ่ เห็นหน้าแต่ละคน เหย เกกันไปหมดเลย

และแล้วก้อมาถึงที่พักแรม กว่าจะถึงเหนื่อยมากๆ ตั้งห้าชั่วโมง ถึงก้อเกือบ 1 ทุ่มเชียวครับ
คืนนี้ก้อได้เต้นท์ทั้งหมด 11 เต้นท์ กลุ่มใหญ่พอดู มีคนทางรีสอร์ทหาอาหารมาให้ทานตอนเย็น อาหารบนดอย เป็นไข่เจียว ผักต้มกับน้ำพริก ต้มจีดไก่ แล้วก้อผัดวุ้นเส้น เป็นอาหารที่อร่อยมากๆ หมายถึงกินบนดอยครับ เล่นไพ่กับเพื่อนๆ แล้วก้อเข้านอน อ้อ ลืมบอกไปว่า เวลาเข้าห้องน้ำ ให้พยายามเข้าหลังสองทุ่มไปนะครับ เพราะคนเยอะมากๆ และแถมให้ระวังตุ๊กแกตัวใหญ่ด้วย วันที่ไปเจอตั้งสองตัวแน่ะ

เช้ามาก้อเริ่มเดินทางไปชมน้ำตกทีลอซู อันยิ่งใหญ่ ขอบอกว่าคุ้มค่าทีได้มาดูเพราะสวยงามใหญ่อลังการมากๆเลย คนมาถ่ายรูปกันเยอะมากๆ มองไปทางไหนก้อมีแต่นักท่องเที่ยวทั้งนั้น งงมากว่าในป่าที่ไกลขนาดนี้ยังมีคนมาท่องเที่ยวมากๆ เลย น่าชื่นใจครับ



พอสายๆ ก้อเดินทางกลับทางเดิน ไม่ขอบรรยายละกันครับ เหนื่อยเหมือนเดิม มากๆเลย
พอถึงที่ตัวเมือง ทางรีสอร์ทก้อพาไปซื้อของที่ตลาดในเมือง ซึ่งเป็นเมืองเล็ก มีตลาดเล็กๆ ให้ซื้อกินกันพอหอมปากหอมคอครับ

คืนนั้นก้อนอนที่รีสอร์ทกัน ซึ่งขอบอกว่าไม่ประทับใจเอาซะเลย จัดที่พักมาได้ยังไงก้อไม่ทราบครับ ดูกันเอาเอง ที่รีสอร์ทนี้ชื่อ x x รีสอร์ท (x x นี่คือชื่ออำเภอของน้ำตกทีลอซูนั่นเองครับ) หากใครได้มาท่องเที่ยวที่น้ำตกทีลอซู และคิดจะหารีสอร์ทล่ะก้อ อย่าได้คิดมาพักที่นี่เด็ดขาด นะครับ ดูอย่างที่เห็น ห้องพักเป็นคนละที่กับที่รีสอร์ท เขาพามาพักอีกที่นึง ซึ่งยังสร้างไม่เสร็จ มี 4 ห้อง ห้องน้ำ ท่อตัน น้ำขัังอาบน้ำไม่ได้ สองห้อง แถมบริการตลอดทั้งการท่องเที่ยวที่พักที่ทีลอซู และที่นี่ การจัดหาเรือยาง มีปัญหาทุกอย่าง กลุ่มของเราโมโหมาก แต่ก้อต้องทนเพราะดันจ่ายเงินไปหมดแล้วในวันแรก ไม่สามารถต่อรองอะไรได้ ได้แต่ไปว่ากล่าว ทางรีสอร์ทก้อไดไ้แต่บอกว่าขอโทษ แถมยังได้ยินมาว่า เราได้ห้องพักไม่ดีเพราะเสียเงินราคาถูก เพราะเป็นราคาไม่คิดค่ารถตู้มารับที่กรุงเทพ (เราหารถตู้ไปกันเองครับ) ซึ่งได้ฟังยิ่งโมโหใหญ่ เพราะหากรู้ล่วงหน้าว่าถ้าได้พักที่พักแบบนี้ คงไม่มาแน่ๆ ครับ


หลังจากระบายความอัดอั้นในใจก้อขอจบเพียงเท่านี้แหล่ะครับ แฮ่ะ

บทสรุปของการท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูแห่งอุ้มผางนี้ ก้อคือ โหด มัน ฮา และโมโห รีสอร์ทครับ

น้ำตกทีลอซู ความประทับใจไม่เคยลืม

ไปเที่ยวน้ำตกทีลอซูมาเมื่อวันหยุดยาว ปิยะมหาราชครับ ทริปของเรา กำหนดแผนการท่องเที่ยวดังนี้ครับ

22 ตค กลางคืนออกเดินทางจากสมุทรปราการ
23 ตค ถึงรีสอร์ท ลุยนั่งเรือยางล่องไปตามแม่น้ำ ถึงทางบก เดินต่อ 11 กิโลเมตร ถึงที่พักเต้นท์นอน 1 คืน
24 ตค เดินทางไปดูน้ำตกทีลอซูตอนเช้า กลับสายๆ ทางเดิม นอนที่รีสอร์ท
25 ตค ดูพระอาทิตย์ขึ้น และชมทะเลหมอก สายเดินทางกลับ ถึงสมุทรปราการ


เป็นไงครับ ดูจากโปรแกรมที่วางเอาไว้ จุดหมายหลักของการเดินทางไปท่องเที่ยวครั้งนี้ แน่นอนว่าจะต้องเป็นการได้ยลโฉมน้ำตกทีลอซูอันยิ่งใหญ่นั่นเองครับ

เริ่มการเดินทางได้แล้วครับ ตอนสองทุ่มก้อรวมพลกันได้ประมาณ 22 คน ที่บริษัท ใช้รถตู้สองคันครับ ออกเดินทางกันตอนสามทุ่ม ค่อนข้างเดินทางนานมากๆ ครับ ตอนประมาณ ตีสองก้อถึงนครสวรรค์ แวะกินข้าวต้มที่นครสวรรค์ก่อน จากนั้นก้อเดินทางต่อ ครึ่งหลับครึ่งตื่น จนไปถึงแม่สอด ก้อได้ไปแปรงฟันล้างหน้า พักผ่อนอิริยาบท จากนั้นเดินทางไปยังอุ้มผาง กว่าจะถึงรีสอร์ทก้อประมาณ 10 โมงกว่าๆ แน่ะครับ ทรหดสุดๆ
แต่ไอ้ที่ทรหดมันเริ่มจากนี้ต่างหากล่ะ เฮ้อ....

การไปเที่ยวน้ำตกทีลอซูจะเริ่มโหด มัน ฮากันตั้งแต่ตรงนี้ เราลงนั่งเรือยาง หลังจากทานข้าวไข่เจียวอย่างเร่งด่วน (จานละตั้ง 40 บาทแน่ะ รีสอร์ทใจร้าย) เรานั่งเรือยางกันสามลำ ใช้เวลาเดินทางถึง 4 ชั่วโมงแน่ะสุดยอดมากๆ เลย บรรยากาศริมแม่น้ำค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ สวยงาม และมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่นครับ
มีเฟิร์น มอส ขึ้นกันพรึ่ืบพรั่บไปหมดเลยครับ เราชื่นชมทัศนียภาพไปเรื่อย กว่า 4 ชั่วโมง มีบางครั้งก้อต้องหลบกิ่งไม้ที่เราจะแถ ไปโดนบ้าง อาจเป็นเพราะ น้องคนที่พายนำเรือยาง ไม่เก่ง หรือแกล้งก้อไม่รู้ครับ
เมื่อขึ้นจากเรือยาง ก้อประมาณบ่ายสองโมงเข้าไปแล้วครับ คราวนี้ก้อถึงเวลาที่รอคอย ด้วยการที่มาท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูช่วงปลายหน้าฝน ที่อุทยานยังไม่อนุญาติให้นำรถเข้ามาถึงที่พักได้ เราก้อต้องเดินทางด้วยเท้ากันเอาเองกว่า 11 กิโลเมตรเลยทีเดียว

ดูการท่องเที่ยวน้ำตกทีลอซูตอนสองได้เลย

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตาก

เมืองตาก เป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง มีชื่อเดิมว่า "เมืองระแหง" ในอดีตเป็นเมืองที่มีชาวมอญอาศัยอยู่มาก่อน ดังมีหลักฐานศิลปะมอญปรากฏอยู่ ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่อำเภอบ้านตาก เมืองนี้สร้างขึ้นก่อนสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ต่อมาเมื่อได้สถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแล้ว เมืองตากมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านที่สำคัญด้านฝั่งตะวันตก และยังเป็นเมืองที่มีความเกี่ยวข้องกับพระมหาราชในอดีตถึง 4 พระองค์ ที่เสด็จมาชุมนุมกองทัพ ณ ดินแดนเมืองตากแห่งนี้ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายตัวเมืองตากจากฝั่งขวา ของแม่น้ำปิงมายังฝั่งซ้ายบริเวณตำบลบ้านระแหงจนกระทั่งทุกวันนี้

ตาก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 426 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 10,254,156 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็น ภูเขา และป่าไม้ เป็นจังหวัดที่มีอุทยานแห่งชาติหลายแห่งที่ยังคงความสมบูรณ์ของป่า และธรรมชาติ อาทิ อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช อุทยานแห่งชาติแม่เมย อุทยานแห่งชาติลานสาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ตลอดจนมีน้ำตกที่ นักท่องเที่ยวรักการผจญภัย และนิยมการล่องแก่งต้องมาเยือนสักครั้ง คือ น้ำตกทีลอซู และน้ำตกทีลอเร นอกจากความสวยงามตามธรรมชาติแล้ว ยังเป็นจังหวัดที่มีผลผลิตทางการเกษตรที่ขึ้นชื่อทั้งดอกไม้ และผลไม้ โดยเฉพาะทับทิม ซึ่งเป็นพันธุ์ ที่มีผลใหญ่ และกำลังได้รับความนิยมมากี้

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดต่อกับจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง
ทิศตะวันออก ติดต่อกับจังหวัดสุโขทัย
ทิศตะวันตก ติดต่อกับประเทศสหภาพพม่า โดยมีแม่น้ำเมย และทิวเขาถนนธงชัยเป็นพรมแดน
ทิศใต้ ติดต่อกับจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ กำแพงเพชร และกาญจนบุรี

ระยะทางจากอำเภอเมืองตากไปอำเภอใกล้เคียง
อำเภอบ้านตาก 22 กิโลเมตร
อำเภอสามเงา 56 กิโลเมตร
อำเภอแม่สอด 86 กิโลเมตร
อำเภอแม่ระมาด 120 กิโลเมตร
อำเภอพบพระ 135 กิโลเมตร
อำเภอท่าสองยาง 170 กิโลเมตร
อำเภออุ้มผาง 221 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอวังเจ้า 38 กิโลเมตร

ระยะทางจากจังหวัดตากไปจังหวัดใกล้เคียง
กำแพงเพชร 68 กิโลเมตร
สุโขทัย 79 กิโลเมตร
พิจิตร 157 กิโลเมตร
นครสวรรค์ 185 กิโลเมตร

การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเซีย ผ่านประตูน้ำพระอินทร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้ง ผ่านเข้ากำแพงเพชร และตรงไปจังหวัดตาก รวมระยะทาง 426 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง

รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-ตาก ทั้งช่วงเช้า และช่วงเย็น เวลา 05.30-13.00 น. และ 16.30-22.00 น. และกรุงเทพฯ-แม่สอด ตั้งแต่เวลา 08.00-19.00 น. ทุกวัน สอบถาม รายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่งหมอชิต 2 โทร. 0 2537 8055, 0 2936 2852-66 www.transport.co.th และมีบริษัทเดินรถเอกชน ได้แก่ บริษัท ทันจิตต์ ทัวร์ วิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ-ตาก ตั้งแต่เวลา 09.30-22.00 น., กรุงเทพฯ-แม่สอด เวลา 22.00 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 5551 1307 กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 3210-13 และบริษัท เชิดชัย ทัวร์ วิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ-ตาก ตั้งแต่เวลา 12.30-22.00 น. กรุงเทพฯ-แม่สอดมีรถออกเที่ยวเดียวคือ เวลา 22.15 น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 5551 1054 กรุงเทพฯ โทร. 0 2936 0199

เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีบริการเที่ยวบินจากกรุงเทพ- แม่สอด สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0 2280 0060, 0 2628 2000 สอบถามรายละเอียด โทร. 1566 www.thaiairways.com สำนักงานแม่สอด โทร. 0 5553 1440, 0 5553 1730 สายการบินแอร์อันดามัน บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-แม่สอด สอบถามเที่ยวบินได้ที่ โทร. 0 2229 9500 www.airandaman.com การเดินทางจากจังหวัดตากไปจังหวัดใกล้เคียงนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทาง จากจังหวัดตากกลับกรุงเทพฯ หรือไปจังหวัดอื่น สามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งจากเครื่องบิน และรถประจำทาง

เครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีบริการเที่ยวบิน แม่สอด-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 0 2280 0060, 0 2628 2000 สอบถามรายละเอียด โทร. 1566 www.thaiairways.com สำนักงานแม่สอด โทร. 0 5553 1440, 0 5553 1730

การเดินทางไปยังจังหวัดใกล้เคียง
รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด และ บริษัทเดินรถเอกชน มีบริการรถโดยสารปรับอากาศ และ รถธรรมดาวิ่งระหว่างอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลก อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ลำปาง พะเยา เชียงใหม่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น อำเภอบ่อไร่ จังหวัดจันทบุรี สอบถามรายละเอียดได้ที่ สถานีขนส่ง จังหวัดตาก โทร. 0 5551 1057 สถานีขนส่ง อำเภอแม่สอด โทร. 0 5553 2949 และ บริษัท ไทยพัฒนกิจขนส่ง จำกัด ถนนอินทรคีรี อำเภอแม่สอด วิ่งระหว่างแม่สอด-เชียงราย-แม่สาย โทร. 0 5553 2331

นอกจากนี้ยังมีบริษัทรถเช่าที่ให้บริการเช่ารถในเขตอำเภอเมืองอีกด้วย

แหล่งข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย