แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนองคาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนองคาย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ับั้งไฟพญานาค ปรากฏการณ์ที่หาคำอธิบายไม่ได้




บั้งไฟพญานาค หรือ บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ยังไม่สามารถหาคำอธิบายที่ชัดเจนได้ โดยมีลักษณะเป็นลูกไฟสีชมพู ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง พุ่งขึ้นเหนือลำน้ำโขง มีตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงประมาณ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที โดยจะเกิดปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในช่วงวันออกพรรษา หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินลาว ซึ่งอาจตรงกับวันแรม 1 ค่ำ หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของไทย โดยแต่ละปีจะปรากฏขึ้นประมาณ 3-7 วัน

มากกว่า 90% ของจำนวนลูกบั้งไฟพญานาคในแต่ละปี จะพบที่จังหวัดหนองคาย หน้าวัดไทย และบ้านน้ำเป อำเภอรัตนวาปี วัดอาฮง อำเภอบึงกาฬ วัดหินหมากเป้ง และอ่างปลาบึก อำเภอสังคม

ผู้ศึกษาปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคหลายกลุ่ม พยายามอธิบายที่มาของปรากฏการณ์นี้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เช่น คาดว่าอาจจะเป็นก๊าซมีเทน-ไนโตรเจน หรือ ฟอสฟอรัส ที่เกิดจากการย่อยสลายของซากพืชซากสัตว์ใต้น้ำ

นอกจากประเทศไทยแล้ว ที่อื่น ๆ ในโลกก็มีรายงานการพบปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันนี้เช่นกัน เช่นที่ มลรัฐมิสซูรี และ มลรัฐเท็กซัส ของสหรัฐอเมริกา โดยเรียกกันว่า แสงมาร์ฟา (Marfa lights) นอกจากนี้ยังพบที่เมืองเจดด้าห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ริมฝั่งทะเลแดง

ทฤษฎีและข้อสมมติฐาน

ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ณ วันนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้อย่างชัดแจ้งว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็มีทฤษฎีและข้อสมมติฐานอยู่หลายทฤษฏี เช่น

นพ.มนัส กนกศิลป์ แห่งโรงพยาบาลหนองคาย อธิบายว่า บั้งไฟพญานาค เกิดจากก๊าซร้อน คือ ก๊าซที่มีส่วนผสมของก๊าซมีเทนและก๊าซไนโตรเจน เป็นส่วนผสมสำคัญ ซึ่งก๊าซร้อนชนิดนี้ ก็คือก๊าซชีวภาพที่ระเบิดจากหล่มอินทรียวัตถุใต้ท้องน้ำหรือในดินที่เปียก โดยมีแบคทีเรียกลุ่มมีเทนฟอร์มเมอร์ซึ่ง ดำรงชีวิตได้ในสภาพไร้ออกซิเจนเท่านั้น ณ ความลึกของแม่น้ำโขงและแหล่งน้ำข้างเคียง เป็นตัวช่วยผลิตก๊าซ แต่ก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง หลังจากนั้นก็จะได้ก๊าชมีเทนในปริมาณมากพอที่จะก่อให้เกิดความดันก๊าชในผิว ทรายอย่างน้อย 1.45 เท่า ของความดันบรรยากาศ เมื่อไปเจอความกดดันของน้ำ ความกดดันของอากาศในตอนพลบค่ำ หล่มทรายก็จะไม่สามารถรับแรงดันได้ ก๊าซจะหลุดออกมาและพุ่งขึ้นเมื่อโผล่พ้นน้ำ และมีการฟุ้งกระจายไปบางส่วน โดยเหลือแกนในของก๊าซซึ่งลอยตัวขึ้นสูง เมื่อไปกระทบกับอนุภาพออกซิเจนอะตอมที่มีประจุ ที่มีพลังงานสูง ก็จะเกิดการสันดาปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นดวงไฟหลายสี แต่ 95% จะเป็นดวงไฟสีแดงอำพัน พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วก็หายไป และทุกตำแหน่งที่เกิดบั้งไฟพญานาคจะอยู่ในระดับ 5-13 เมตรทั้งสิ้น

นอกจากนี้ยังพบอีกว่าความเป็นกรดและด่างของ น้ำในแม่น้ำโขงก็จะสอดคล้องกับระบบนิเวศน์ที่จะเกิดการหมักก๊าซมีเทน ซึ่งคุณหมอได้เคยไปวางทุ่นดักก๊าซในแม่น้ำโขง และค้นพบว่าก๊าซที่ดักได้ในแม่น้ำโขงสามารถนำไปจุดติดไฟ จะเกิดการพุ่งวูบขึ้นมีสีออกเป็นแดงอมชมพู ส่วนคำถามที่ว่าทำไมบั้งไฟพญานาคถึงเกิดขึ้นในคืนวันออกพรรษา คุณหมอมนัสบอกว่าในคืนวันนั้นจะมีอ็อกซิเจน ก๊าซที่ช่วยให้ติดไฟสูงสุดในรอบปี ซึ่งก็เกิดจากอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงพลังงานรังสีของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และโลก[4]

ส่วนอีกสมมติฐานนึงคือ เกิดจากการกระทำของมนุษย์เอง โดยสมชาติ วิทยารุ่งเรือง ปริญญาวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต ได้หาวิธีการทำบั้งไฟพญานาคในแบบฉบับของเขามาได้ 8 วิธี โดยนพ.มนัส กนกศิลป์ ได้ออกมาถึงเหตุผลที่ว่า บั้งไฟพญานาคไม่น่าที่จะเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ ได้ตั้งข้อสมมติฐานแย้งเช่น

    * คนที่กระทำต้องแข็งแรงมากเพราะกระแสน้ำมันแรงมาก ในขณะที่คนธรรมดากอดเสาอยู่ในน้ำยังทรงตัวไม่อยู่
    * นพ.มนัส กนกศิลป์ ได้เริ่มศึกษาเมื่อปี 2522 ก็มีบั้งไฟพญานาคขึ้นมาแล้ว 120 ปี ซึ่งจริง ๆ แล้ว ต้องเกิดขึ้นนานกว่านี้อีก เนื่องจากคนที่ทำคนนี้ต้องมีอายุมากกว่า 104 ปีแล้วต้องทำด้วยตัวเองจึงตัวเองจึงจะคุมความลับได้
    * การเกิดของบั้งไฟ เกิดขึ้น 52 ตำแหน่งประมาณ 1,500 – 2,500 ลูก คนที่ทำต้องมีเงินจ้างคนไปประดาน้ำทำเรื่องนี้
    * ทานกระแสน้ำที่ลึกมากและกลัวที่จะโดนเอ็ม 16 ของหน่วย นปข.ซึ่งเขาก็บอกอีกว่ามันขึ้นเฉียดเรือเขาเลย

เป็นต้น



ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

วันอังคารที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2553

งานบุญบั้งไฟพญานาค ปี 2553

ในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี จะมีประชาชนทั่วทุกภูมิภาคเดินทางมายังจังหวัดหนองคายเพื่อสัมผัสกับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “บั้งไฟพญานาค”  ลูกไฟสีแดงอมชมพูพวยพุ่งขึ้นจากลำน้ำโขง ไม่มีเสียง ไม่มีควัน และไม่มีกลิ่น เหมือนดอกไม้ไฟหรือพลุ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 โดยในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2553
ในวันดังกล่าวจะมีพิธีบวงสรวงพญานาคตามแบบโบราณที่สืบทอดกันมา ณ ศาลหลักเมืองปากห้วยหลวง อำเภอโพนพิสัย ส่วนในเขตเทศบาลเมืองหนองคายได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นถนนอาหาร การประกวดกระทงยักษ์ การแข่งขันเรือยาวประเพณีฯชิงถ้วยพระราชทานฯ การแสดงแสง-เสียง เปิดตำนาน “บั้งไฟพญานาค” การประกวดปราสาทผึ้งแบบดั้งเดิม การลอยเรือไฟบูชาพญานาค การลอยกระทงสาย และการตักบาตรเทโวโรหนะ
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  ททท.  สำนักงานอุดรธานี    โทรศัพท์ 0 4232 5406-7 หรือ E-mail: tatudon@tat.or.th หรือศูนย์ให้บริการข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย โทรศัพท์ 0 4242 1326, 0 4241 1120  ทุกวันในเวลาราชการ

วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553

งานแข่งเรือยาวประเพณีไทย-ลาว จังหวัดหนองคาย

งานแข่งขันเรือยาวประเพณีไทย-ลาว ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 11 ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 10 – 12 กันยายน 2553 บริเวณหัวเขื่อนถึงหน้าสำนักงานเทศบาลตำบลบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย ระยะทาง 1,200 เมตร มีการแข่งขันเรือ 3 ประเภท ได้แก่ เรือยาวใหญ่ประเภททั่วไป (50 – 55 ฝีพาย) เรือยาวใหญ่ประเภทท้องถิ่น (50 – 55 ฝีพาย) และเรือยาวเล็กประเภทท้องถิ่น (20 – 25 -ฝีพาย)

วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

จังหวัดหนองคาย

หนองคาย เมืองชายแดนริมฝั่งแม่น้ำโขง เป็นประตูสู่เมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเชื่อมระหว่างสองประเทศ

จังหวัดหนองคายอยู่ ห่างจากกรุงเทพฯ 615 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 7,332 ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงมากที่สุดเป็นระยะทาง 320 กิโลเมตร เหมาะแก่การทำเกษตรกรรมและประมงน้ำจืด ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ สามารถเดินทางข้ามไปเที่ยวยังฝั่งลาวได้โดยสะดวก มีวัดวาอารามและวัฒนธรรมวิถีชีวิตชาวบ้านที่น่าสนใจ โรงแรมที่พักที่สะดวกสบาย หลากหลายไปด้วยอาหารและสินค้าของฝาก ล้วนเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาเยือนเมืองริมโขงแห่งนี้

อาณาเขต
ทิศเหนือ ติดกับแม่น้ำโขงซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว
ทิศใต้ ติดกับจังหวัดอุดรธานี สกลนคร
ทิศตะวันออก ติดกับจังหวัดนครพนม
ทิศตะวันตก ติดกับจังหวัดเลย

ภูมิอากาศ
เนื่องจากจังหวัดหนองคายมีภูมิประเทศติดกับแม่น้ำโขง ทำให้มีฝนตกชุกในฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ในฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะมีอากาศหนาวเย็นเนื่องจากพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็นที่สูง อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 11 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายนอากาศจะร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดประมาณ 35 องศาเซลเซียส

ประวัติเมืองหนองคาย
ประวัติศาสตร์ของเมืองหนองคายเริ่มต้นเมื่อกว่า 200 ปีเศษ พื้นที่บริเวณริมฝั่งโขงนี้เดิมเคยเป็นที่ตั้งของเมืองเล็ก ๆ 4 เมือง คือ เมืองพรานพร้าว เมืองเวียงคุก เมืองปะโค เมืองไผ่ (บ้านบึงค่าย) ปัจจุบันยังพบซากโบราณสถานอยู่ตามวัดต่าง ๆ ริมแม่น้ำโขงบนเส้นทางท่าบ่อ-ศรีเชียงใหม่ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์ผู้ครองนครเวียงจันทน์ได้ตั้งตนเป็นกบฎ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าให้เจ้าพระยาราชเทวี ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทน์ โดยมีท้าวสุวอธรรมา (บุญมา) เจ้าเมืองยโสธร และพระยาเชียงสา เป็นกำลังสำคัญในการช่วยทำศึกจนได้รับชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯให้ท้าวสุวอขึ้นเป็นเจ้า เมือง โดยจัดตั้งเมืองใหญ่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขงคอยควบคุมพื้นที่และเลือกสร้าง เมืองที่บ้านไผ่ แล้วตั้งชื่อเมืองว่า หนองคาย ตามชื่อหนองน้ำใหญ่ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมือง

การเดินทาง
การเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคาย
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านสระบุรี แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย รวมระยะทาง 615 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศไปหนองคาย ทุกวัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 สายตะวันออกเฉียงเหนือ โทร. 0 2936 2852-66 นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนหลายแห่งที่บริการเดินรถไปจังหวัดหนองคาย เช่น 407 พัฒนา โทร. 0 2992 3475-8 , 0 4241 1261 ชาญทัวร์ จำกัด โทร. 0 2618 7418, 0 4241 2195 บารมีทัวร์ โทร. 0 2537 8249, 0 4246 0345 เชิดชัยทัวร์ โทร. 0 2936 0253 , 0 4246 1067 www.transport.co.th

รถไฟ การรถไฟแห่งประเทศไทย มีขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ-หนองคาย ทุกวัน ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการเดินทาง โทร. 1690, 0 2223 7010, 0 2223 7020 www.railway.co.th

เครื่องบิน นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางโดยเครื่องบิน สามารถไปได้โดยลงที่สนามบินจังหวัดอุดรธานี จากนั้นต่อรถเข้าจังหวัดหนองคายอีก 51 กิโลเมตร สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับตารางการบินได้ที่ บมจ.การบินไทย ที่กรุงเทพฯ โทร.1566, 0 2280 0060, 0 2628 2000 ที่หนองคายโทร. 0 4541 1592 www.thaiairways.com

การเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัด
นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการรถเช่าของบริษัทนำเที่ยวซึ่งมีมากมายในตัว เมือง หรืออาจใช้บริการรถสามล้อเครื่องที่เรียกกันว่า สกายแล็ป ไปยังจุดท่องเที่ยวต่าง ๆ ในตัวเมืองและใกล้เคียง เช่น ตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย ศาลาแก้วกู่ และสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จากสถานีขนส่งหนองคายมีรถโดยสารสายหนองคาย-เลย วิ่งผ่านอำเภอท่าบ่อ ศรีเชียงใหม่ สังคม และอำเภอเชียงคานของจังหวัดเลย ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง ในอำเภอเหล่านี้จะมีที่พักแบบเกสต์เฮ้าส์สำหรับบริการนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีรถโดยสารวิ่งระหว่างหนองคาย-นครพนม ด้วย

ระยะทางจากอำเภอเมืองไปยังอำเภอต่าง ๆ มีดังนี้
อำเภอท่าบ่อ 41 กิโลเมตร
อำเภอโพนพิสัย 45 กิโลเมตร
อำเภอบุ่งคล้า 45 กิโลเมตร
อำเภอศรีเชียงใหม่ 57 กิโลเมตร
อำเภอปากคาด 90 กิโลเมตร
อำเภอสังคม 95 กิโลเมตร
อำเภอโซ่พิสัย 120 กิโลเมตร
อำเภอบึงกาฬ 136 กิโลเมตร
อำเภอศรีวิไล 163 กิโลเมตร
อำเภอพรเจริญ 182 กิโลเมตร
อำเภอเซกา 224 กิโลเมตร
อำเภอบึงโขงหลง 238 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอสระใคร 27 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอรัตนวาปี 71 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ 71 กิโลเมตร
กิ่งอำเภอโพธิ์ตาก 77 กิโลเมตร

การเดินทางระหว่างจังหวัด
นอกจากรถโดยสารสายหนองคาย-กรุงเทพฯแล้ว จากสถานีขนส่งหนองคายยังมีบริการรถโดยสารสายหนองคาย-ระยอง (มีทั้งรถปรับอากาศและธรรมดา) รถธรรมดาสายหนองคาย-เลย และหนองคาย-อุดรธานี ติดต่อสถานีขนส่งหนองคายโทร. 0 4241 1612
ส่วนรถไฟมีรถออกจากสถานีหนองคายไปยังอุดรธานี ขอนแก่น และกรุงเทพฯ วันละประมาณ 3 เที่ยว ติดต่อสถานีรถไฟหนองคาย โทร. 0 4241 1582 ระยะทางจากหนองคายไปจังหวัดใกล้เคียงมีดังนี้
จังหวัดอุดรธานี 51 กิโลเมตร
จังหวัดเลย 202 กิโลเมตร
จังหวัดสกลนคร 210 กิโลเมตร
จังหวัดนครพนม 303 กิโลเมตร

แหล่งข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กำหนดการงานประเพณีออกพรรษา ประจำปี 2552 จังหวัดหนองคาย

กำหนดการ
งานประเพณีออกพรรษา ประจำปี 2552
ระหว่างวันที่ 1 - 7 ตุลาคม 2552
เทศบาลเมืองหนองคาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
*********************

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2552 (ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- พิธีเปิด การจัดงานและกิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง
ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่ง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 19.00 น.
- การประกวดกระทงยักษ์ ณ บริเวณริมน้ำโขง จากท่าน้ำวัดลำดวน
ถึงวัดสิริมหากัจจายน์

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2552 (ขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งจาก
ท่าน้ำวัดลำดวน ถึง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 19.00 น.
- พิธีเปิด การแสดงแสง – เสียง เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค
ณ เวทีบริเวณที่ราชพัสดุข้างวัดลำดวน
- การประกวดกระทงยักษ์ และการลอยเรือไฟบูชาพญานาค
ณ บริเวณริมน้ำโขงจากท่าน้ำวัดลำดวน ถึง วัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 19.30 น.
- เริ่มการแสดง แสง – เสียง เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค
ณ บริเวณที่ราชพัสดุข้างวัดลำดวน วันแรก

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2552 (ขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งจาก
ท่าน้ำวัดลำดวนถึงท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 19.00 น.
- การประกวดกระทงยักษ์ และการลอยเรือไฟบูชาพญานาค
ณ บริเวณริมแม่น้ำโขง จากท่าน้ำวัดลำดวน ถึง วัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 19.30 น.
- การแสดง แสง – เสียง เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค
ณ บริเวณที่ราชพัสดุข้างวัดลำดวน วันสุดท้าย

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 08.00 – 09.00 น.
- พิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนาง ณ บริเวณท่าน้ำวัดหายโศก
เวลา 10.00 – 11.00 น.
- พิธีบวงสรวงพระธาตุกลางน้ำ ณ บริเวณท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 08.00 – 16.00 น.
- การประกวดปราสาทผึ้งแบบดั้งเดิมจากคุ้มวัด ,ชุมชนต่าง ๆ ณ บริเวณ
วัดหายโศก เสร็จแล้วถวายเจ้าแม่สองนาง และเคลื่อนขบวนปราสาท
ผึ้งเพื่อถวายพระธาตุกลางน้ำ ณ บริเวณท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 09.00 – 18.00 น.
- การแข่งขันเรือยาว ประเภท ค. งานประเพณีออกพรรษา ประจำปี
2552 จากท่าน้ำวัดโพธิ์ชัย ถึงท่าน้ำวัดสิริมาหากัจจายน์
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งจาก
ท่าน้ำวัดลำดวน ถึง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 18.00 น.
- การลอยกระทงวันเพ็ญ เดือน 11 ณ บริเวณท่าน้ำเขตเทศบาล

วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 08.00 – 09.00 น. - พิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนาง ณ บริเวณท่าน้ำวัดหายโศก
เวลา 10.00 – 11.00 น. - พิธีบวงสรวงพระธาตุกลางน้ำ ณ บริเวณท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 08.00 – 16.00 น.
- การประกวดปราสาทผึ้งแบบดั้งเดิมจากคุ้มวัด ,ชุมชนต่าง ๆ ณ บริเวณ
วัดหายโศก เสร็จแล้วถวายเจ้าแม่สองนาง และเคลื่อนขบวนปราสาท
ผึ้งเพื่อถวายพระธาตุกลางน้ำ ณ บริเวณท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 09.00 – 18.00 น.
- การแข่งขันเรือยาว ประเภท ค. งานประเพณีออกพรรษา
ประจำปี 2552 จากท่าน้ำวัดโพธิ์ชัย ถึงท่าน้ำวัดสิริมาหากัจจายน์
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งจาก
ท่าน้ำวัดลำดวน ถึง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 18.00 น.
- การลอยกระทงวันเพ็ญ เดือน 11 ณ บริเวณท่าน้ำเขตเทศบาล
เวลา 19.00 น.
- การประกวด / การแสดงบนเวที ณ บริเวณที่ราชพัสดุข้างวัดลำดวน
- การประกวดกระทงยักษ์ ณ บริเวณริมน้ำโขง จากท่าน้ำวัดลำดวน
ถึงวัดสิริมหากัจจายน์
- การลอยกระทงสาย เริ่มต้นจากท่าน้ำวัดมีชัย

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2552 (แรม 1 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 06.00 น.
- การตักบาตรเทโวโรหนะ แบ่งเป็น 4 สาย คือ
สายที่ 1 จากวัดสิริมหากัจจายน์ ถึง วัดอุดมมหาวัน
สายที่ 2 จากวัดโพธิ์ศรี ถึง วัดยอดแก้ว
สายที่ 3 จากวัดประดิษฐ์ธรรมคุณ ถึง วัดศรีคุณเมือง
สายที่ 4 จากวัดศรีเมือง ถึง วัดชัยพร
เวลา 09.00 – 18.00 น.
- การแข่งขันเรือยาวประเภท ข. งานประเพณีออกพรรษา
ประจำปี 2552 จากท่าน้ำวัดโพธิ์ชัย ถึง ท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งจาก
ท่าน้ำวัดลำดวน ถึง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 19.00 น.
- การประกวด / การแสดงบนเวที ณ บริเวณที่ราชพัสดุข้างวัดลำดวน
- การแสดงโชว์กระทงยักษ์ ณ บริเวณริมน้ำโขง จากท่าน้ำวัดลำดวน
ถึงวัดสิริมาหากัจจายน์

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2552 (แรม 2 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 0900 – 18.00 น.
- การประกวดกองเชียร์เรือยาวประเพณีออกพรรษา ประจำปี 2552
จากท่าน้ำวัดป่าพร้าว ถึง ท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 09.00 – 12.00 น.
- การแข่งขันเรือยาวประเภท ก. งานประเพณีออกพรรษา ประจำปี
2552 รอบคัดเลือกจากท่าน้ำวัดโพธิ์ชัย ถึง ท่าน้ำวัดสิริมหากัจจายน์
เวลา 11.00 – 13.30 น.
- เคลื่อนขบวนอัญเชิญถ้วยพระราชทานฯ ตามเส้นทางที่กำหนด
เวลา 14.00 – 16.30 น
- การแข่งขันเรือยาว ประเภท ก. รอบคัดเลือก ตามตารางการแข่งขัน
จากท่าน้ำวัดโพธิ์ชัย ถึง ท่าน้ำวัดสิริมาหากัจจายน์
เวลา 17.00 – 18.00 น.
- การแข่งขันเรือยาว ประเภท ก. รอบชิงชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานฯ
- พิธีมอบรางวัล การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ และ
รางวัลกิจกรรมต่าง ๆ (ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์) เสร็จพิธี
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรมถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่ง
จากท่าน้ำวัดลำดวน ถึง ท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 19.00 น.
- การแสดงโชว์กระทงยักษ์ ณ บริเวณริมน้ำโขง จากท่าน้ำวัดลำดวน
ถึง วัดสิริมาหากัจจายน์

วันพุธที่ 7 ตุลาคม 2552 (แรม 3 ค่ำ เดือน 11)
เวลา 18.00 – 23.00 น.
- กิจกรรม ถนนอาหาร การแสดง ณ บริเวณเขื่อนป้องกันตลิ่งจาก
ท่าน้ำ วัดลำดวน ถึงท่าน้ำวัดศรีบุญเรือง
เวลา 19.00 น.
- การประกวด / กาแสดงบนเวที ณ บริเวณที่ราชพัสดุ
- การแสดงโชว์กระทงยักษ์ ณ บริเวณริมน้ำโขง จากท่าน้ำวัดลำดวน
ถึงวัดสิริมหากัจจายน์ วันสุดท้าย
- เสร็จสิ้น การจัดงานประเพณีออกพรรษา ประจำปี 2552

สอบถามรายละเอียด
สำนักงานจังหวัดหนองคาย โทรศัพท์ 0 4242 0323
ที่ว่าการอำเภอโพนพิสัย โทรศัพท์ 0 4242 1185
เทศบาลเมืองหนองคาย โทรศัพท์ 0 4242 1017
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โทรศัพท์ 0 4232 5406-7

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ข้อมูลเทศการชมบั้งไฟพญานาค


งานเทศกาลออกพรรษา ชมบั้งไฟพญานาค

จังหวัดหนองคาย องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย เทศบาลเมืองหนองคาย ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานอุดรธานี กำหนดจัดงานเทศกาลออกพรรษา “บั้งไฟพญานาค” ประจำปี 2552 ในระหว่างวันที่ 1 - 7 ตุลาคม 2552
นางธัญภา นิโครธานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานอุดรธานี กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี จะมีประชาชนทั่วทุกภูมิภาคเดินทางมายังจังหวัดหนองคายเพื่อสัมผัสกับ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า “บั้งไฟพญานาค” ลูกไฟสีแดงอมชมพู พวยพุ่งขึ้นจากลำน้ำโขง ไม่มีเสียง ไม่มีควัน และไม่มีกลิ่น เหมือนดอกไม้ไฟหรือพลุ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงปีละครั้ง ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 โดยในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 และในวันดังกล่าวจะมีพิธีบวงสรวงพญานาคตามแบบโบราณที่สืบทอดกันมา ณ ศาลหลักเมืองปากห้วยหลวง อำเภอโพนพิสัย ส่วนในเขตเทศบาลเมืองหนองคายได้จัดให้มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นถนนอาหาร การประกวดกระทงยักษ์ การแข่งขันเรือยาว ประเพณีฯชิงถ้วยพระราชทานฯ การแสดงแสง-เสียงเปิดตำนาน “บั้งไฟพญานาค” การประกวดปราสาทผึ้งแบบดั้งเดิม การลอยเรือไฟบูชาพญานาค การลอยกระทงสาย การตักบาตรเทโวโรหนะเป็นต้น
นอกจากนี้ ผอ.ททท.อุดรธานี ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคยังรอการพิสูจน์จากนักท่องเที่ยว จึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสปรากฏการณ์มหัศจรรย์แห่งลุ่มน้ำโขง “บั้งไฟพญานาค” ด้วยตัวท่านเอง ทั้งนี้ สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานอุดรธานี โทรศัพท์ 0-4232-5406-7 หรือ E-mail : tatudon@tat.or.th / www.tourismthailand.org/udonthani ศูนย์ข้อมูลข่าวสารการท่องเที่ยวจังหวัดหนองคายโทรศัพท์ 0-4242-1326, 0-4241-1120 ทุกวันในเวลาราชการ

ชมกำหนดการงานออกพรรษา ประจำปี 2552 จังหวัดหนองคาย

ข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย